ฐานข้อมูลเบื้องต้น
                                ฐานข้อมูลคืออะไร

              ฐานข้อมูล (Database)    เป็นการเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันให้อยู่ในหัวเรื่องหรือจุดประสงค์อย่างใด
  อย่างหนึ่ง เช่น  ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์เพื่อน สินค้าที่มีอยู่ในคลังสินค้า เป็นต้นซึ่งเมื่อได้รับ
  การจัดหมวดหมู่แล้วจะทำให้สามารถนำเอาส่วนประกอบนั้นๆ เป็นตัวตั้งในการนำออกมาใช้ประโยชน์ได้   

                ระบบฐานข้อมูล (Database System)   หมายถึงระบบที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกันเข้าไว้ด้วยกัน
  อย่างมีระบบมีความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ ที่ชัดเจน ในระบบฐานข้อมูลจะประกอบด้วยแฟ้มข้อมูลหลายแฟ้ม
  ที่มีข้อมูล เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้งานและดูแลรักษาี้
  ป้องกันข้อมูลเหล่านี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในการนำข้อมูลมาจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันคือ จะต้อง     
  สร้างแฟ้มข้อมูลขึ้นมาสำหรับจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันเป็นเรื่องๆ   โดยแต่ละแฟ้มข้อมูลจะประกอบด้วยข้อมูล
  ส่วนย่อย ๆ หรือฟิลด์ (Field) หลายชิ้นที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันและข้อมูลแต่ละชุดที่จัดเก็บในแฟ้มหรือระเบียน
  (Record) การจัดเก็บในลักษณะนี้จะแยกออกเป็นแฟ้มๆคล้ายกับการจัดเก็บในแฟ้มเอกสารที่เป็นกระดาษปกติ   แต่มี
  ประสิทธิภาพการใช้งานและการบำรุงรักษาที่ดีกว่า
    

        เขตข้อมูลหรือฟิลด์  (Field)                                    ระเบียน (Record)
 

 เขตข้อมูลหรือฟิลด์  (Field) หมายถึง  ข้อมูลใดข้อมูลหนึ่งที่ต้องการเก็บเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้
 ระเบียนข้อมูลหรือเรคคอร์ด (Record)  หมายถึงกลุ่มของเขตข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ละข้อมูลสามารถแสดง
      คุณลักษณะและคุณสมบัติของเรื่องเดียวกัน
 ประโยชน์ของการจัดทำระบบฐานข้อมูล
 การรวบรวมข้อมูลต่างๆ  เข้าเป็นระบบฐานข้อมูล โดยมีการออกแบบ การวิเคราะห์และสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูล
     ซึ่งมีประโยชน์ต่อการใช้งานในสำนักงานทั่วไปอย่างมาก  ดังนี้   
 1. ช่วยลดปัญหาของความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่จัดเก็บเนื่องจากในขั้นตอนของการออกแบบฐานข้อมูล เมื่อพบข้อมูล
     บางส่วนที่ซ้ำซ้อนกันก็จะสามารถลดและปรับข้อมูลให้น้อยลง  ขณะที่ยังคงความสามารถในการเรียกดูข้อมูลได้
     ดังเดิมโดยใช้การกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล    
 2. สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนและหลายหน่วยงานได้ ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมในปัจจุบันเท่านั้นแต่สามารถใช้กับ
     โปรแกรมที่จะพัฒนาในอนาคตด้วย
 3. สามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกันของข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง  เนื่องจากความซ้ำซ้อนของข้อมูล ดังเหตุผลในข้อแรก
     เมื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลแล้ว ระบบฐานข้อมูลก็จะมีข้อมูลเรื่องใดๆ  อยู่น้อยชุดที่สุด  ซึ่งสะดวกในการแก้ไข
     ปรับปรุงต่างจากในกรณีที่มีข้อมูลอย่างเดียวกันหลายชุด ถ้ามีการแก้ไขแล้วไม่ได้แก้ไขข้อมูลครบทุกชุด เมื่อมีการเรียก
     ใช้ข้อมูลจะ พบข้อมูลเรื่องเดียวกัน แต่มีเนื้อหาต่างกัน
 4. สามารถควบคุมความถูกต้องของข้อมูล ทั้งในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (Relational Integrity)  และ
     ความถูกต้องของความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล (Referential Integrity)   สามารถควบคุมมาตรฐานของข้อมูลได้ ทั้งใน
     ลักษณะรูปแบบของข้อมูล (Format) การกำหนดรหัส (Coding) ในข้อมูลเรื่องเดียวกันให้เหมือนกัน
 5. การจัดทำระบบฐานข้อมูล จะเป็นการวางแผนระบบข้อมูลขององค์กร หรือหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความ
     สูญเสียและความขัดแย้งของข้อมูลที่อาจจะมีขึ้น  ถ้าแต่ละแผนกแยกกันพัฒนาระบบข้อมูลของตนเอง
 6. สามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ถูกนำเข้ามาจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล
     ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง  มีผู้ดูแลข้อมูลอย่างชัดเจน  ผู้บริหารระบบฐานข้อมูล (Database Administration) ก็จะสามารถควบคุม
     การเข้าใช้  การแก้ไขข้อมูลของผู้เข้าใช้ทุกคน
 7. ทำให้มีความเป็นอิสระในการจัดการฐานข้อมูล   ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บหรือการเรียกใช้ข้อมูล   การ
    ประยุกต์ใช้ทำได้ง่าย
องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล
                เนื่องจากขอบเขตการจัดการฐานข้อมูลนั้นกว้างมาก ดังนั้นเราจึงน่าจะรู้จักกับองค์ประกอบต่าง ๆ ของฐานข้อมูล
      1. User คือ ผู้ใช้งานฐานข้อมูลโดยคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลก็ได้ แต่รู้ว่าต้องการ
          ข้อมูลอะไรบ้างในการทำงาน
      2. Data  คือ ข้อมูลในฐานข้อมูล   เป็นส่วนที่ถูกนำมาใช้งาน ถูกเก็บอยู่ภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์   โดยใน
          มุมมองของผู้ใช้งานนั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในตารางต่าง ๆ ของฐานข้อมูล
      3. DBMS  (Database Management System) คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่คอยจัดการดูแลฐานข้อมูลให้สามารถ
          ใช้งานได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และรักษาข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในให้เชื่อถือได้เสมอ
      4. Database Server  คือระบบคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลในฐานข้อมูล  ซึ่งมักจะติดตั้ง DBMS ไว้ภายในคอยทำหน้าที่                   จัดการฐานข้อมูลโดยปกติมักจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ  การทำงานในระดับสูงมาก
          เพราะต้องคอยรับการใช้งานพร้อม ๆ กันจาก User
      5. DBA  (Database Administrator) คือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลรักษาฐานข้อมูล  โดยจะใช้ DBMS เป็นเครื่องมือ
           และคอยจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับฐานข้อมูล
 การออกแบบและสร้างฐานข้อมูล
                 การออกแบบและสร้างฐานข้อมูลจะต้องคำนึงถึงระบบข้อมูลที่จะสร้างขึ้นในด้านของรายละเอียดข้อมูลบุคคล 
  ผู้ใช้ ข้อมูลและงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหลักการออกแบบระบบฐานข้อมูล         
      การออกแบบระบบฐานข้อมูลมีหลักการดังนี้
      1. ตั้งวัตถุประสงค์ของระบบฐานข้อมูลให้ชัดเจนว่า จะสร้างระบบฐานข้อมูลเพื่อจัดเก็บข้อมูลเรื่องใด
      2. ตั้งวัตถุประสงค์ในการใช้งานระบบฐานข้อมูลให้ชัดเจนว่า   จะใช้เพื่ออะไร รวมทั้งข้อมูลและรายงานที่ต้องการจะ
    ได้จากระบบฐานข้อมูลนี้
      3. วิเคราะห์ระบบฐานข้อมูลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน(อาจเป็นเอกสารแบบเดิม หรือเป็นระบบคอมพิวเตอร์ก็ได้) รวบรวม
    เอกสารข้อมูลเข้าสู่ระบบและที่จะเกิดเป็นรายงานของระบบทุกแบบแหล่งที่ได้มาของข้อมูล
      4. สอบถามผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูลที่จะสร้างขึ้นถึงลักษณะการใช้งานข้อมูล(ความถี่ รูปแบบที่ใช้)
          และความจำเป็นในการใช้งานข้อมูลแต่ละส่วน
      5. วิเคราะห์ให้ได้รายการข้อมูล (Data Item) ที่จำเป็นต้องเก็บเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลนี้
      6. จัดข้อมูลที่จะต้องเก็บในระบบออกเป็นกลุ่ม ตามความสัมพันธ์ของข้อมูล ว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ข้อมูลแต่ละ
          กลุ่มจะถูกสร้างขึ้นเป็นแต่ละแฟ้มข้อมูล  (File - Table)
      7. วิเคราะห์ข้อมูลแต่ละแฟ้ม เพื่อกำหนดหัวข้อ (Field) ให้ครบถ้วน
      8. พิจารณาหาฟิลด์หลักทั้งหมด ( Primary Key Field , Candidate Key Fields , Foreign Key Fields )
      9. วิเคราะห์โครงสร้างตารางข้อมูลตามหลักการ  Normalization    เพื่อให้ได้ตารางข้อมูลที่มีโครงสร้าง  Relational  ที่
          ถูกต้อง
     10. จากแฟ้มข้อมูล  ฟิลด์ข้อมูลและฟิลด์หลัก  พิจารณาความซ้ำซ้อนของข้อมูลระหว่างแฟ้มข้อมูล การกำหนดความ
      สัมพันธ์ระหว่างแฟ้มข้อมูลใน ระบบฐานข้อมูล
     11. กำหนดลักษณะของข้อมูลแต่ละหัวข้อ ดังนี้
           11.1. ขนาดของฟิลด์  (Size)
           11.2. รูปแบบข้อมูลที่ต้องการแสดง (Format)
           11.3. รูปแบบการป้อนข้อมูล (Input Mask)
           11.4. ค่าโดยปริยาย (Default Value)
           11.5. ขอบเขตของข้อมูล (Boumdary)
           11.6. ฟิลด์ที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique) (ซ้ำไม่ได้)
           11.7. ฟิลด์ที่ต้องการจะเรียงลำดับข้อมูล วิธีเรียงลำดับข้อมูล
           11.8 เป็นฟิลด์ที่ต้องการจะป้อนข้อมูลเสมอหรือไม่ (Required) 
     12. ออกแบบ รูปแบบจอภาพในการสั่งงาน รูปแบบรายงานที่ต้องการ หัวข้อที่จำเป็นในการใช้งาน
     13. กำหนดลักษณะการทำงานกับระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจน
           13.1. การป้อนข้อมูล - ผู้ป้อนข้อมูล – เวลาที่ป้อนข้อมูล
           13.2. การแก้ไข – ผู้มีสิทธิในการแก้ไข
           13.3. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
           13.4. การสำรองข้อมูล คาบเวลา และวิธีการฟื้นฟูข้อมูลที่เสียหายให้กลับคืนมาใช้งานได้                    
     14. เมื่อได้ข้อมูลตามต้องการแล้ว ก็สร้างระบบฐานข้อมูลขึ้นได้